รีโนเวทบ้านเก่า ควรเริ่มจากอะไร งบเท่าไหร่ มีวิธีอย่างไรบ้าง
บ้านเก่าที่อยู่มานาน บ้านที่ซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิม รวมถึงบ้านที่อยู่มามากกว่า 10 ปี มักจะมาพร้อมกับปัญหาหลายอย่าง ทำให้เจ้าของบ้านหลายคนมีความคิดว่าจะ รีโนเวทบ้านเก่า ให้เหมือนใหม่ และการรีโนเวทบ้านนี้จะไม่ได้เป็นแค่การซ่อม แต่จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ และยังช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตในด้านฟังก์ชัน ความสวยงาม และความปลอดภัย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้อีกด้วยเช่นกัน
สำหรับเจ้าของบ้านที่กำลังคิดจะรีโนเวทบ้าน ก็อาจมีคำถามว่าการรีโนเวทควรเริ่มจากอะไร งบเท่าไหร่ สไตล์ไหนดี มีกฎหมายการดัดแปลงอาคารอะไรบ้างที่ควรรู้ มีขั้นตอนการรีโนเวทอย่างไร เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ของอะไรดี? Home Studio จะมาแนะนำครับ
รีโนเวทบ้านเก่า เริ่มจากอะไร? งบเท่าไหร่?
การเริ่มต้นรีโนเวทบ้านเก่า ควรเริ่มจากการประเมินสภาพบ้านอย่างละเอียดก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และส่วนต่างๆ ทุกส่วนที่มีการทรุดโทรมไปตามกาลเวลา การประเมินสภาพบ้านจะทำให้เห็นภาพรวมของปัญหาและสิ่งต่างๆ ที่ต้องแก้ไข ซึ่งจะทำให้เรารู้ได้ว่างบประมาณควรจะอยู่ที่เท่าไหร่และควรจะรีโนเวทไปในทิศทางไหนดี
งบประมาณ เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย โดยทั่วไปแล้ว งบประมาณในการรีโนเวทจะประกอบด้วย:
- ค่าสำรวจและออกแบบ: หากบ้านมีโครงสร้างที่ซับซ้อนหรือต้องการการออกแบบพิเศษ การจ้างสถาปนิกหรือวิศวกรจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย
- ค่าวัสดุ: เลือกวัสดุที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสไตล์ที่ต้องการ รวมถึงคำนึงถึงความทนทานและการบำรุงรักษา
- ค่าแรง: ค่าแรงช่างเป็นส่วนสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ควรเปรียบเทียบราคาจากผู้รับเหมาหลายรายและเลือกผู้ที่มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: เช่น ค่าขออนุญาต ค่าขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ค่าที่พักชั่วคราวระหว่างการรีโนเวท และค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทบ้านเก่าอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับขนาดของบ้าน สภาพเดิมของบ้าน และขอบเขตของงานรีโนเวท
รีโนเวทบ้านเก่า สไตล์ไหนดี?
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดและอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เจ้าของบ้านหลายคนอยากรีโนเวทบ้านเก่าคือการเปลี่ยนสไตล์บ้านเก่าๆ ให้เกิดความสวยงามมากขึ้น ซึ่งสไตล์การรีโนเวทก็มีด้วยกันหลากหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น
- สไตล์โมเดิร์น (Modern Style): เน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งาน และเส้นสายที่สะอาดตา มักใช้วัสดุอย่างกระจก เหล็ก และคอนกรีต
- สไตล์มินิมอล (Minimalist Style): คล้ายกับโมเดิร์นแต่เน้นความน้อยชิ้นยิ่งกว่า ลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อสร้างพื้นที่ที่โปร่ง โล่งสบาย
- สไตล์ลอฟท์ (Loft Style): โชว์โครงสร้างเดิมของอาคาร เช่น ผนังปูนเปลือย ท่อเหล็ก และโครงสร้างไม้ ให้ความรู้สึกดิบ เท่ และเป็นธรรมชาติ
- สไตล์วินเทจ (Vintage Style): คงกลิ่นอายของอดีตไว้ ผสมผสานกับของตกแต่งเก่าแก่หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์คลาสสิก
- สไตล์สแกนดิเนเวียน (Scandinavian Style): เน้นความอบอุ่นจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ สีขาว และแสงธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
กฎหมายการดัดแปลงอาคารที่ต้องรู้ก่อนรีโนเวทบ้านเก่า
ก่อนจะรู้ขั้นตอนการรีโนเวทบ้านเก่า ก็ต้องรู้จักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรีโนเวทก่อน สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือกฎหมายการดัดแปลงอาคาร เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในอนาคต ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 การดัดแปลงอาคารบางประเภทจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของบ้าน การเพิ่มพื้นที่ใช้สอย หรือการเปลี่ยนแปลงลักษณะอาคารที่ส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรง
กรณีที่ต้องขออนุญาต:
- การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร เช่น การทุบผนัง การเสริมคาน หรือการต่อเติมห้อง
- การเพิ่มหรือลดพื้นที่ใช้สอยเกิน 5 ตารางเมตร
- การเปลี่ยนแปลงวัสดุหรือสีของผนังภายนอกที่ส่งผลต่อลักษณะอาคารโดยรวม
กรณีที่ไม่ต้องขออนุญาต:
- การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างอาคาร เช่น การเปลี่ยนกระเบื้อง การทาสีภายใน
- การติดตั้งอุปกรณ์ที่ไม่ส่งผลต่อโครงสร้าง เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)
ขั้นตอนการรีโนเวทบ้านเก่า
การรีโนเวทบ้านเก่าให้ออกมาดี ราบรื่นและเพื่อผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากที่สุด จำเป็นต้องเดินตามขั้นตอนสำคัญๆ หลายขั้นตอน โดยขั้นตอนต่างๆ จะมีด้วยกันดังนี้
1. สำรวจและประเมินสภาพบ้าน (1–2 สัปดาห์)
เริ่มต้นด้วยการสำรวจบ้านทุกส่วนอย่างละเอียด จดบันทึกปัญหาที่พบ ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกมุม แล้วให้วิศวกรโครงสร้างหรือผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้เข้าดูเพื่อประเมินความเสียหายจริง ขั้นตอนนี้จะกำหนดทิศทางและงบประมาณทั้งหมด
2. กำหนดขอบเขตงานและออกแบบ (2–4 สัปดาห์)
นำผลการประเมินมาวางแผนว่าจะรีโนเวทส่วนใดบ้าง ควรแบ่งเป็น Wish List (สิ่งที่อยากได้) และ Must List (สิ่งที่จำเป็นต้องทำ) แล้วทำงานร่วมกับสถาปนิกหรือนักออกแบบเพื่อร่างแบบ ขั้นตอนนี้ต้องพิจารณาทั้งฟังก์ชันการใช้งาน งบประมาณ และสไตล์ที่ต้องการ
3. ขออนุญาตและคัดเลือกผู้รับเหมา (2–6 สัปดาห์)
ยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคาร (ถ้าจำเป็น) พร้อมกับเปิดรับ Quotation จากผู้รับเหมาอย่างน้อย 3 ราย เปรียบเทียบทั้งราคา ประสบการณ์ ผลงานเก่า และความน่าเชื่อถือ อย่าเลือกแค่ราคาถูกที่สุด เพราะงานรีโนเวทต้องการทักษะและความประณีตสูง
4. งานรื้อถอนและเตรียมพื้นที่ (1–2 สัปดาห์)
รื้อส่วนที่ต้องเปลี่ยนออก เช่น กระเบื้องเก่า ผนังที่จะรื้อ วงกบเก่า ระบบท่อเดิม ขั้นตอนนี้มักพบ “ความประหลาดใจ” เช่น ผนังที่มีความชื้นซ่อนอยู่ หรือท่อร้าวที่ไม่เคยเห็น ควรสำรองงบไว้รองรับ
5. งานโครงสร้างและระบบ (2–8 สัปดาห์)
ทำงานในส่วนที่สำคัญที่สุดก่อน ได้แก่
- งานโครงสร้าง เสริมหรือซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย
- ระบบไฟฟ้า เดินสายใหม่ เปลี่ยนตู้เบรกเกอร์ เพิ่มจุดปลั๊กตามการใช้งานสมัยใหม่
- ระบบประปา เปลี่ยนท่อ ติดตั้งระบบน้ำร้อน-น้ำเย็น
- หลังคาและฉนวน เพิ่มฉนวนกันความร้อน ลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว
6. งานผิวและตกแต่ง (2–6 สัปดาห์)
หลังจากงานระบบเสร็จสิ้น จึงเริ่มงานที่มองเห็นได้ เช่น
- ฉาบปูนและทาสี
- ปูกระเบื้องหรือพื้นไม้
- ติดตั้งฝ้าเพดาน
- งานไม้ตกแต่ง เช่น วงกบ บัวเชิงผนัง ชั้นวาง
- ติดตั้งประตู-หน้าต่าง
7. ตกแต่งและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ (1–3 สัปดาห์)
ขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้บ้านสมบูรณ์ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสไตล์ที่วางไว้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ผลลัพธ์สอดคล้องกันทุกองค์ประกอบ ทั้งขนาด สัดส่วน สีสัน และวัสดุ
เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จาก Home Studio ในการรีโนเวทบ้านเก่า
หัวใจสำคัญที่จะทำให้การรีโนเวทบ้านเก่าเปลี่ยนไป นอกจากเรื่องของโครงสร้างแล้ว การเลือกเฟอร์นิเจอร์จะเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเฟอร์นิเจอร์มีหลากหลายประเภท หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นมินิมอล โมเดิร์น ลอฟต์ คลาสสิก แนวหรูหรา เรา Home Studio มีเฟอร์นิเจอร์หลากหลายสไตล์ที่ตอบโจทย์การรีโนเวทเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบ้านใหม่สไตล์ตามที่ต้องการ เช่น
- เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่น: โซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะข้าง ที่มีดีไซน์ทันสมัยและวัสดุคุณภาพดี
- เฟอร์นิเจอร์ห้องนอน: เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการพักผ่อนที่อบอุ่น
- เฟอร์นิเจอร์ห้องรับประทานอาหาร: โต๊ะอาหาร เก้าอี้ ที่เข้ากับสไตล์การตกแต่งของคุณ
- ของตกแต่งบ้าน: โคมไฟ พรม ของตกแต่งผนัง ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและเอกลักษณ์ให้กับบ้าน
ติดต่อ Home Studio:
- ที่อยู่: 718 ซอยจันทน์ 28/2 แขวง ทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพ 10120
- โทรศัพท์: 097-163-9465
- เว็บไซต์: https://homestudioo.com
- Facebook: Home Studio
- Instagram: @homestudiooo
- Line@: @homestudio
